วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เท่าที่รู้



จิตชั้นอนุบาล

แรกเริ่มจิต คือไม่เข้าใจทุกข์
แรกเริ่มสุข คือไม่เข้าใจหา
แรกเริ่มรัก คือไม่เข้าใจเมตตา
แรกเริ่มบ้า คือไม่เข้าใจตัวเอง

กลัว

กลัวจะเหนื่อย ไม่เท่า กลัวจะอด
กลัวจะหมด ไม่เท่า กลัวจะหา
กลัวจะแก่ ไม่เท่า กลัวจากลา
กลัวจะบ้า เพราะแพ้พ่าย ใจตนเอง

สมดุลชีวิต




ปรับ...ความรู้สู่ความดีมีเหตุผล
ปรุง...แต่งตนให้เปี่ยมสุข ทุกข์จางหาย
เปลี่ยน…มุมคิด ปิดอกุศล พ้นอบาย
แปลง...จิตใจ ปรับสมดุลทุกมุมมอง


สัมภาษณ์รายการ “เส้นทาง สร้างสุข” อริศรา วงษ์ชาลี (เฟรช) พิธีกร

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เคารพกันหน่อย!!!


***มือนี้คิดอะไร***

เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปมาก วันก่อนอาตมาเดินทางไปขึ้นแท็กซี่รอตั้งนาน พอมีแท็กซี่วิ่งมาก็เห็นโยมท่านหนึ่งวิ่งมาจากไหนไม่รู้ ตัดหน้าเรียกไปก่อนหน้าตาเฉย เหตุการณ์นี้มีอยู่บ่อยๆ บ่งให้รู้ว่าความเคารพกันและกันเริ่มน้อยลง ถือเอาว่าใครดีใครได้ ใครมาก่อนไม่ใช่จะได้ก่อนเสมอไป และพระเณรต้องรู้เสียใหม่ว่าสังคมเปลี่ยนไปแล้ว จำไว้!!!
อาตมาเลยนึกถึงเรื่องความเคารพ (คารโว) ที่ว่า
1. รู้จักเคารพคนอื่น เคารพคนอื่นเพื่อให้เขาเคารพเรา อย่างเวลาเราอยู่บนเครื่องบินแล้วก็ต้องเคารพกัปตัน ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำ เพราะสุดท้ายผู้จะเสียหายสุดก็คือตัวเรา
2. รู้จักเคารพสถานที่ เราเข้าวัดก็ไปเอาบุญ ก็ต้องเริ่มต้นที่การแต่งกายให้เหมาะสม โดยเฉพาะสตรีต้องปิดอวัยวะทั้ง 5 ส่วนคือ หลุมคอทั้งสองข้าง (ไม่เกาะอก), ปิดเขาทั้งสอง (ไม่นุ่งสั้น), ปิดสะดือ (ไม่โชว์สะดือ)
3. รู้จักเคารพกฏเกณฑ์ อย่าฝ่าฝืนกฏเกณฑ์ เพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่มองไม่เห็น เพราะกฎเกิดขึ้นเพื่อรักษาความสุขสงบของตัวเราและคนอื่น เช่น เราขับรถฝ่าไฟแดง เพราะรู้ว่าไม่มีใครเห็น แต่หากเกิดอุบัติขึ้นใครละที่จะเจ็บหรือตาย
4. รู้จักเคารพตัวเอง ไม่ทำร้ายตัวเองด้วยคำพูด หรือการกระทำ อย่างเสพสุราหรือยาเสพติด ต้องดูแลตัวเองให้ดี

...แล้วสังคมนี้จะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย...

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

+++ปัญหา+++


***บรรยายธรรมที่ใยไหม 8 ก.ค.54***


ปัญหามี 3 ลักษณะ คือ
1. ปัญหาที่แก้ก็ได้ ไม่แก้ก็ได้ (ตามความจำเป็น) เช่น อุปกรณ์เครื่องใช้โทรศัพท์มือถือ มีพอใช้ได้ก็พอ ไม่จำเป็นต้องหาเปลี่ยนตามกระแสตลอดเวลา
2. ปัญหาที่รอเวลาคลี่คลายได้เอง เช่น คำถามว่า "เมื่อไรจะรวย" "เมื่อไรจะฉลาด" "เมื่อไรจะหลุดพ้นจากทุกข์" ต่อเมื่อเราขยันไม่ย่อท้อ สุดท้ายก็คลี่คลายได้เอง
3. ปัญหาที่ต้องแก้ เช่น ความเมื่อย ความหิว ความเจ็บ รวมๆ ก็คือ ความทุกข์ อย่าปล่อยให้ติดอยู่นาน ควรหาวิธีแก้อย่างสม่ำเสมอ

...แก้แบบเต่า คือ เต่าเป็นสัตว์โลกที่มีอายุยืนยาวนาน เพราะทำอะไรช้าๆ แต่แน่นอน ค่อยๆ ทำ เหมือนการสั่งสมความดี ต้องทำนานๆ ค่อยเป็นค่อยไปจึงจะปรากฏผล แต่ความชั่วทำนิดเดียวก็เกิดผลร้ายได้เร็วเช่นกัน อย่ารีบเร่งอะไรค่อยๆ คิดเสียก่อนจึงตัดสินใจ แล้วจะไม่ต้องเสียใจภายหลัง
...แก้จากจุดที่เล็กสุด สังเกตได้ว่า ปัญหาทุกสิ่งมักเริ่มจากสิ่งเล็กน้อยเสมอ
...แก้ปัญหาอย่างเข้าใจ มงคล 38 ประการเริ่มต้นด้วยการไม่คบคนชั่ว คบคนดี แล้วไปสิ้นสุดที่การหลุดพ้นจากความทุกข์ ฉะนั้น จงเลือกคบแต่คนดี

...ทำได้เท่านี้ไม่ว่าปัญหาเท่าไร ก็ปลดปลงลงได้อย่างแน่นอน...คอนเฟิร์ม

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

+++ลงทุนชีวิต+++


**อบรมนักศึกษาปี2554***

มีคำถาม ๒ ข้ออยากให้ลองช่วยหาคำตอบ
๑.“ลงทุนอะไร ลงทุนมากกลับได้ผลน้อย”
๒. “ลงทุนอะไร ลงทุนน้อยกลับได้ผลมาก”
มีพระพุทธดำรัสที่มีใจความ “หากลงทุนมาก ผลที่ได้ก็มาก แต่หากเสียก็เสียมากเช่นกัน” และอีกบทที่ว่า “หากเรามีสติแม้เวลาจะผ่านไปน้อยแต่ผลที่ได้กลับมีผลมากเช่นกัน”

ฉะนั้น (๑) การลงทุนกับวัตถุที่สร้างที่ทำกันขึ้น ต้องแลกกับทรัพยากรธรรมเป็นจำนวนมาก หรือให้ง่ายกว่านั้น ก็อย่างการลงทุนกับบ้านสักหลังหรือรถสักครั้ง ก็ต้องลงทุนด้วยการเรียน ทำงาน อาจต้องใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตเพื่อเป็นเจ้าของ นี่เป็นการลงทุนที่เยอะแต่ได้ผลน้อย เพราะเราอาจมีเวลามีความสุขกับบ้านกับรถนั้นไม่นานกับเวลาที่ต้องทุ่มเทสร้างขึ้นมา

(๒) แต่การลงทุนด้านจิตใจ แค่เสียเวลานั่งฟังธรรมะสักชั่วโมง และนั่งสมาธิแค่หนึ่งชั่วโมง อาจเปลี่ยนชีวิตเราไปอย่างสิ้นเชิง เหมือนคนที่ล้มเหลวจากธุรกิจพอได้ฟังธรรมก็กลับมามีกำลังใจในการเริ่มชีวิตใหม่ หรือใช้วิธีการนั่งสมาธิเพื่อเรียนรู้วิธีการอยู่กับความทุกข์อย่างเข้าใจ มีความสุขอยู่กับการมีชีวิตมากขึ้น

...ชีวิตมีอยู่น้อยไม่เกิน ๑๐๐ ปี จะลองลงทุนกับอะไรบ้างก็ลองวางแผนดู...

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

!!!!พักดื่มน้ำพักยกกันก่อน!!!




"เรื่องบังเอิญไม่มีในโลก" ปรมาจารย์ได้กล่าวกับอาจารย์ชิฟูในเรื่องกังฟูแพนด้า เพราะทุกอย่างมีเหตุและผลที่สมควรเสมอ แม้ใครจะพูดว่าเป็นเรื่อง "โชค" ก็ยังสามารถอธิบายได้ ๒ แบบ คือ

1. คนมีโชคทางโลก คือ ความพร้อมด้วยทรัพย์สินเงินทอง เพราะขยันอดทน ร่ำเรียน และทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่ของเหล่านี้ไม่ยั่งยืน มีเสื่อมสลายไปได้เป็นธรรมดา และไม่สามารถเติมจิตใจให้เต็มได้

2. คนมีโชคทางธรรม คือ สามารถหักกิเลสทั้งปวงได้ สามารถสั่งสอน แจกแจงหลักธรรมได้อย่างลึกซึ้ง อย่างพระพุทธองค์ที่มุ่งแสวงหาสัจธรรมตลอด ๖ ปี (ไม่นับในอดีตชาติ) จนสามารถบรรลุธรรมและทรงพระมหากรุณาธิคุณสั่งสอนเหล่าเวไนยสัตว์จนบรรลุธรรมตามพระองค์

ฉะนั้น โชคจึงเกิดจากการฝึกฝนตัวเองผ่านการพัฒนาจิตใจตลอดเวลา หรือที่นักวิชาการทางโลกบอกว่า มีมุมมองต่อทุกสิ่งในแง่ดี มองความยากลำบากว่าเป็นเรื่องสนุก ท้าทาย กระตือรือร้นต่อการเรียนรู้ หรือสามารถหาประโยชน์จากสถานการณ์ที่โชคร้ายได้

...และที่สำคัญมองหาโอกาสตลอดเวลา เหมือนดังภาพข้างบนนี้...
...ผู้เขียนจึงขออนุโมทนาบุญกับโยมร้านน้ำที่ตลาดท่าเสด็จ จ.หนองคาย ที่เห็นหมู่คณะสงฆ์เดินผ่านก็ร่วมสร้างโชคให้ตัวเองและครอบครัว...

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ใครอยากมีปัญญามาทางนี้!!!



...ครั้งนั้นยังมีพระภิกษุผู้ทรงศีลรูปหนึ่ง รุ่งเช้าจะกวาดทำความสะอาดวัดเป็นประจำ พอกวาดเสร็จก็เอามากองไว้แล้วเรียกสามเณรให้มาเก็บ แต่ด้วยความขี้เกียจแม้พระอาจารย์จะเรียกถึง ๓ ครั้งก็ทำเฉย จึงตีด้วยไม้กวาดแล้วด่าว่า "เณรนี่สอนยากจริง"

ฝ่ายสามเณรพอโดนตีก็ร้องไห้วิ่งไปเก็บกองขยะไปทิ้งแล้วตั้งความปรารถนาว่า "ด้วยอานิสงส์แห่งการทิ้งขณะครั้งนี้ ขอให้ปัญญาประดุจกระแสคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งไม่จบสิ้น"

พระเถระพอได้ยินคำอธิษฐานสามเณรก็ปรารถนาเช่นกันว่า "บุญที่สามเณรได้นั้นเป็นเพราะคำสั่งของเรา ด้วยอานิสงส์นั้นขอให้เรามีปัญญาสามารถ อย่าได้จนปัญญาในการแก้ปัญหา เหมือนกับสางด้ายที่ยุ่งให้ออกได้โดยง่าย"

ในภพชาติต่อมา สามเณรได้เป็นพระมหามิลินทร์กษัตริย์ชาวกรีกที่ยิ่งใหญ่ผู้มีปัญญาเฉียบแหลมได้ประลองปัญญากับพระนาคเสนซึ่งเป็นพระเถระกลับชาติมาเกิด แต่ท้ายที่สุด พระนาคเสนก็เป็นฝ่ายทำให้พระยามิลินทร์พ่ายแพ้ต่อปัญญาของท่านในที่สุด


...อย่าดูถูกสิ่งเล็กๆ น้อยๆ คือ ๑. บุญ อย่าคิดว่าทำน้อย ๒. ไฟ อย่าคิดว่าเล็กน้อยแล้วทำอันตรายไม่ได้ ๓. งู ตัวเล็กก็กัดตายได้ ๔. พระราชโอรส พระราชธิดา แม้จะทรงพระเยาว์ก็อย่าประมาท ๕. สามเณรน้อย อย่าดูถูกว่าบรรลุธรรมไม่ได้...

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เรียกกันให้ถูกๆ หน่อย



...ในพระพุทธศาสนาไม่เรียกคนที่เกิดในตระกูลสูงว่า คนมีสกุล แต่เรียกคนที่เกิดในตระกูลไหนก็ได้ แต่เพียบพร้อมด้วยความประพฤติเอื้อเฟื้อ (อาจาระ) หรือรู้กาละเทศะต่างหากว่า คนมีสกุล
...และไม่ได้เรียกคนว่า อุบาสก,อุบาสิกา (ผู้เข้าไปนั่งใกล้พระรัตนตรัย) แค่เพียงอยู่ใกล้วัดหรือเดินผ่านวัดแล้วไหว้พระอย่างเดียว แต่เรียกอุบาสกอุบาสิกา เพราะนำธรรมไปปฏิบัติจนประจักษ์แจ้งด้วยตนเองต่างหาก เหมือนดังที่ตรัสกับพระวักกลิที่ติดตามพระพุทธองค์ไปทุกที่ว่า
"วักกลิ เธอจะตามดูไปทำไมกับร่างที่เปื่อยเน่าได้นี้ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นชื่อว่าเห็นธรรม"

...เราจะเรียกกันหรือยกย่องกันอย่างไร ไม่ใช่อยู่ที่ฐานะหรือตำแหน่งทางสังคม แต่เพราะคุณความดีที่มีอยู่ต่างหากที่ทำให้เป็นแบบนั้น..

ความสุขสำคัญไฉน?



"สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยติ" จิตย่อมตั้งมั่นแก่บุคคลผู้มีความสุข

...ในทางตรงกันข้าม คนที่กำลังผจญทุกข์อยู่ย่อมไม่อาจทำจิตให้เป็นสมาธิและรับฟังธรรมได้ เหมือนครั้งหนึ่งพระพุทธองค์ประสงค์จะแสดงธรรมกับชายเลี้ยงโคคนหนึ่ง วันนั้นชายเลี้ยงโคก็คิดว่าตนเองจะไปเฝ้าพระพุทธองค์ แต่พอคิดว่าตนเองต้องเลี้ยงชีพด้วย จึงตัดสินใจไปรับจ้างเลี้ยงโคก่อนครึ่งวัน แล้วอีกครั้งวันที่เหลือจะไปเฝ้าพระพุทธองค์ พอตกเที่ยงก็รีบไปวัดโดยไม่ได้รับประทานอะไรไป พอไปถึงก็เห็นเหล่าพุทธบริษัทนั่งรอการฟังธรรม แต่พระพุทธองค์ก็ไม่ทรงแสดงด้วยประสงค์จะรอ พอเห็นว่าชายคนนั้นเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง และข้าวก็ยังไม่ได้กิน จึงให้คนหาข้าวมาให้รับประทาน และพักผ่อนให้สบายกายก่อนแล้วจึงแสดงธรรม จนชายเลี้ยงโคได้บรรลุธรรม แสดงให้เป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธองค์...

...และเป็นเหตุให้ผู้ประสงค์จะฟังและปฏิบัติธรรมต้องเตรียมพร้อมเรื่องร่างกายก่อนเสมอ เพื่อให้ใจตั้งมั่นได้ง่าย ขอเพียงจิตใจแจ่มใส แล้วใบหน้าเบ่งบาน เวลาได้ยินเสียงแห่งธรรมเท่านั้นก็พอ สาธุ....

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เพื่อชีวิตดีงาม ณ สำนักสงฆ์วัดเขาบ่อน้ำซับ จ.ชลบุรี

ด้วยเจตนาที่เป็นกุศลของทุกฝ่าย นำพาผู้ใฝ่บุญทุกท่านมาเจอกัน เพื่อทำภารกิจค้นหาตัวเองด้วยการเจริญจิตภาวนาตามวิถีและวิธีแห่งพระพุทธศาสนาจนสำเร็จเสร็จสิ้นตามเจตนาของทุกฝ่าย จึงขออนุโมทนาทุกท่านอีกครั้งกับบุญกุศลครั้งนี้...สาธุ




mind service บริหารกาย บริการด้วยใจ

...ขออนุโมทนาคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข ๑๓ ทุกท่านสำหรับการเข้าร่วมฟังธรรม และถวายภัตตาหารเพล แต่แม้สถานที่จะคับแคบ กลับดูกว้างใหญ่ด้วยน้ำใจของทุกท่านอย่างแท้จริง000





วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เพื่อชีวิตดีงาม ณ มหาวิทยาลัยนิด้า

ครั้งนี้ผู้เขียนไปพบ เห็น สัมผัสบรรยากาศ (จริงๆ) ไม่ปนเปื้อนด้วยเทคโนโลยีใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยเจตนาอยากให้เสียงธรรมชนะเสียงทั้งปวงรอบข้าง (เสียงรถจักรทำงาน สร้างอาคาร) ขออนุโมทนาทุกท่านที่ได้ร่วมกันฟังธรรมและเวียนเทียนอีกครั้งหนึ่ง สาธุ....





วันเสาร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2554

สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า เณร..

มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง สำหรับผ้าเหลืองเปื้อนยิ้มชุดใหม่นี้ คือ การทำรูปเล่มเล็กกระทัดรัด

เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า ความยิ่งใหญ่ทั้งหลายล้วนมาจากสิ่งเล็กๆ ทั้งนั้น




***เล่ม 3 ฉบับมินิ***



***เล่ม ๔ ฉบับมินิ***

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

สิ่งนี้...คือ...ข้อพิสูจน์


***ไหว้พระเมืองอ่างทอง วัดม่วง***


***ไหว้พระเมืองอ่างทอง วัดไชโย***


ความทันสมัยมากมาย...พิสูจน์ว่า...เราไม่เคยพอ
ความหิว กระหายที่มี...พิสูจน์ว่า...เราไม่เคยสมบูรณ์พร้อม
ความเจ็บปวดที่มี...พิสูจน์ว่า...เรายังคงมีชีวิต
ความรักก่อเกิด...พิสูจน์ว่า...เราไม่อาจอยู่ได้ลำพัง
การทะเลาะ เบาะแวงที่เห็น...พิสูจน์ว่า...เราต้องการผู้นำ
ความหวาดกลัวบังเกิด...พิสูจน์ว่า...เราไม่เคยเคารพกฏ
ความหวาดระแวงที่มี...พิสูจน์ว่า...เราไม่เคยคิดจริง พูดจริง ทำจริง
และภัยธรรมชาติที่เกิด...พิสูจน์ว่า...ผลกรรม (การกระทำ) มีจริง

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2554

คำพูดไหนสำคัญที่สุด



***กราบนมัสการหลวงพ่อพระใส จ.หนองคาย***



***ทำบุญ ๑๐๐ ให้โยมพ่อชุบ เหมประไพวันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา***



สวัสดี...หรือ...ไม่เห็นดีเลยวันนี้
ขอบคุณ...หรือ...ไม่เห็นจำเป็นต้องช่วย
ขอโทษ...หรือ...อย่ามาโทษกันดีกว่า
กรุณาช่วย...หรือ...ก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน
พยายามอีกหน่อย...หรือ...ทำไม่สำเร็จหรอกน่า
ระวังหน่อย...หรือ...มีชีวิตต้องใช้ให้คุ้ม
เสียสละ...หรือ...ใครๆ ก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น
ทำดีไว้...หรือ...เอาตัวให้รอดก่อนแล้วค่อยว่ากัน
สามัคคีกันเถอะ...หรือ...ก็แกคิดไม่เหมือนข้านี่นา

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

+++ผ้ากับใจ+++


***อบรมครูอาจารย์มหาวิทยาลัยราชมงคล บพิตรพิมุข จักรวรรดิ 15 มี.ค.54 ที่ผ่านมา***


ผ้าจะสกปรกไม่ใช่เพราะผ้าเอง...แต่เป็นเพราะฝุ่นผงภายนอกทำให้เป็นไป
ใจจะเศร้าหมองไม่ใช่เพราะใจเอง...แต่เป็นเพราะกิเลสต่างๆ ทำให้เป็นไป
ตราบที่เรายังคงใช้ผ้า...ใยจะรอดพ้นความสกปรกไปได้
ตราบใดที่ใจยังอยู่ติดกับโลก...ใยจะรอดพ้นจากบ่วงแห่งกิเลสไปพ้น
ผ้าจะสะอาด...ก็เพราะปราศจากฝุ่นผง
ใจจะสะอาด...ก็เพราะปราศจากกิเลส
หมั่นซักผ้าอย่างสม่ำเสมอ...เพื่อมั่นใจในการสวมใส่
หมั่นชำระจิตใจตลอดเวลา...เพื่อมั่นใจว่าไม่ว่าอยู่หรือไปก็พร้อมอยู่เสมอ

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

อิ่มอุ่น กรุ่นธรรม




...สำหรับคนที่สนใจประสบการณ์ทางธรรมะผ่านการสัญจรนมัสการสังเวชณีสถานตามบุญบารมีของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่รอศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ได้แวะเวียนมากราบไหว้ โดยเนื้อหาเล่าผ่านประสบการณ์ชีวิตที่เริ่มต้นการเดินทางด้วยศรัทธา และจบลงด้วยปัญญา...

...ตรงนี้เลยถือโอกาสบอกกล่าวถึงผู้สนใจได้ติดตามในคอลัมป์ "อิ่มอุ่น กรุ่นธรรม" ที่เขียนลงในนิตยสาร "กุลสตรี" เริ่มฉบับแรก ๑ มกราคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป...

...จึงขอขอบคุณกัลยาณมิตรมากมายที่ทำให้สิ่งดีงามนี้เกิดขึ้น เริ่มต้นแต่...
พระมหา ดร.คลองธรรม ธมฺมาโภ ที่เป็นผู้ดูแลตลอดการเดินทาง ทั้งการฉัน การเดินทาง และการเป็นอยู่
พระมหา ดร.ไกรวรรณ ชินทตฺติโย ที่ช่วยทำให้การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นอีกรูปหนึ่ง
พระมหานภันต์ สนฺติภทฺโท ผู้มอบชื่อคอลัมป์ "อิ่มอุ่น กรุ่นธรรม" ให้ด้วยความเต็มใจ
และที่จะลืมไม่ได้คือคุณยุพา แห่งนิตยสาร กุลสตรี ที่ต้องการมอบประสบการณ์ดีๆ นี้กับผู้อ่านและผู้สนใจในธรรมทุกท่าน...

สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ธรรมะจากธรรมชาติ ณ เขาใหญ่



***ภาพบรรยากาศในป่าริมน้ำตกเหวสุวัต***


***ภาพน้ำตกเหวนรก***


...น้ำตก เถาวัลย์ กิ่งไม้ และใบหญ้า
หลายสิ่งพาให้ใจเพลินเกินคาดหวัง
แม้เหวผาล้วนน่ากลัวเกินฝ่าฟัน
แต่ด้วยใจอยากถึงฝัน จึงก้าวเดิน...เดินต่อไป...

...ไม่มีทางที่ฝันไหนจะไกลได้
หากไม่มีใครกล้าฝ่าไปดังใจหมาย
ถึงหนทางข้างหน้าร้อยพันอันตราย ใ
จมุ่งหมายไม่ท้อแท้แม้เดียวดาย...ตามลำพัง...

...เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า ขามันฟ้อง
ตาจับจ้อง มองความสูง บนภูเขียว
เอาก็เอา สู้ก็สู้ รู้อยู่อย่างเดียว
แสนเปล่าเปี่ยว ทางชีวิตลิขิตมา...อย่าแพ้ใจ (ตัวเอง)...

...

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

พรปีใหม่ ๒๕๕๔




ในช่วงวาระโอกาสสำคัญที่คนไทย และทั่วโลกให้ความสำคัญวันหนึ่ง คือ การเวียนมาบรรจบครบรอบปี นำพาสิ่งดีๆ มามอบให้เป็นของขวัญ พร้อมมีความสุขสมหวังอย่างที่ตั้งใจ มีชีวิตใหม่พร้อมต่อสู้ปัญหาด้วยปัญญา แม้เหนื่อยล้าจงปล่อยวางเสียบ้างเถิด พรดีๆ จะบังเกิดเป็นกำลังใจในชีวิตต่อไป...

พรที่หนึ่ง ขอความรู้มากมายที่ได้รับ จงคืนกลับแก้ปัญหาที่ถาโถม
พรที่สอง ขอจิตใจที่เคยล้าจงมั่นคง ไม่ทรุดโทรมตามเหตุการณ์ที่ผ่านไป
พรที่สาม ขอให้มิตรญาติบุตรหลานบันดาลสุข เปลี่ยนวันทุกข์ให้หมุนพลันเป็นวันใหม่
พรที่สี่ ขอบุญทวี สุขีทุกคืนไป แม้ห่างไกลพลัดพราก อย่าจากลา
พรที่ห้า ขออำนาจ หน้าที่มีแต่เด่น ยิ่งมุ่งเน้นความดี ล้วนมีค่า
พรที่หก ขอให้ความรักทั้งหลายอย่าลับลา จงเก็บรักษาไว้ในใจตน
พรที่เจ็ด ขอความสำเร็จในงานตามหน้าที่ ไม่มีอะไรติดขัดและสับสน
พรที่แปด ขอให้สิ่งชั่วร้ายในใจตน จงละพ้นจากหนทางที่ผ่านเจอ
พรที่เก้า ขอความหวังสวยงามที่วางไว้ จงเป็นไปตามที่คิดอย่าผิดเพี้ยน
พรที่สิบ ขอสุขภาพดีอย่ามีเปลี่ยน แม้หมุนเวียนเจอกับร้ายอย่าได้โทรม
พรที่สิบเอ็ด ขอสมบัติมากมายที่รายล้อม จงปกป้องคุ้มกันภัย อย่าได้สูญ
พรที่สิบสอง ขออานิสงส์และผลบุญ ช่วยรักษาชีวิตมีสุขมั่นไว้ ตลอดไปเทอญ ...

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ค่ำคืนแห่งความทรงจำ ๓


***ยามเช้าบนเทือกเขาตีอูน***



(แสงนภาส่องอำไพ)


ก่อนแสง แห่งอาทิตย์ จะสถิตเหนือ ปฐพี
ผ่านเลย อย่างเร็วรี่ วัน เดือน ปี มิย้อนมา
ดังค่ำคืน จะลาลับ ยังได้ฝาก สิ่งใดหนา
น้ำค้าง บนยอดหญ้า คือเวลา ความทรงจำ

ชีวิต ที่เหนื่อยล้า ผ่านเวลา ความมืดดำ
ได้พบหลาย สิ่งดีนำ พาชีวิต ก้าวล่วงไป
ดังน้ำ ที่คั่งค้าง ไม่นาน ระเหิดหาย
กลายเป็น เช่นเรือนกาย ที่มั่นหมาย ในจุดยืน

ประสบการณ์ แห่งชีวิต คือพรหมลิขิต ไม่อาจขืน
ผ่านไป ไม่หวนคืน อย่าได้ฝืน จงอดทน
เก็บไว้ ทั้งสุขทุกข์ ค่อยค่อยปลุก ไฟในตน
อย่ารอ หวังฟ้าฝน บนบานสรวง ดวงนำพา

เมื่อผ่านวัน แห่งชีวิต สิ่งใดผิด จงค้นหา
อย่ายอมแพ้ ใจนำพา แม้อ่อนล้า จงสู้ทน
เป็นเช่น แห่งอาทิตย์ แม้ใครติ ไม่เคยสน
จงเก็บใจ ไว้กับตน มีสติทุก ทางก้าวเดิน
....
โสตฺถิ โว โหนฺตุ สพฺพทา
ขอความสุขสวัสดี จงมีแก่ท่านทั้งหลายตลอดปี ๒๕๕๔ และตลอดไปเทอญ...

ค่ำคืนแห่งความทรงจำ ๒


***ภาพยามค่ำบนเทือกเขาดาลัมซาร่า***


(พบค่ำเริ่มนำพา)


เมื่อดูใจ เริ่มเจ็บปวด และร้าวรวด ด้วยทุกข์ใด
จงเพ่งมอง ลึกลงไป แล้วค้นให้ ทั่วใจตน
จะมองเห็น ร่องรอยด่าง อันเจือจาง จนผ้าหม่น
หากผ้า คือใจตน คงหมองหม่น เหลือคณา

ความทรงจำ ในอดีต ดังรอยกรีด บนผืนผ้า
ยากจะลืม เกินเยียวยา แต่เวลา พาผ่านไป
ไม่อาจ หวนคืนกลับ มีแต่นับ ฟ้าวันใหม่
พารอยช้ำ เลยผ่านไป เก็บดีไว้ ในใจตน

ดังเช่น ดวงจันทรา โดนเมฆา พามืดมน
ค่ำคืน ฟ้าหมองหม่น ยากจะยล แสงดารา
แต่แล้ว เมฆเคลื่อนหาย เลยผ่านไป วายุพา
ได้แสง แห่งจันทรา คืนกลับมา ฟ้าสุขใจ

เมื่อย้อน กลับดูจิต ทั้งความคิด เริ่มเปลี่ยนไป
ด้วยความ มืดใดใด อีกเคราะห์ร้าย ช่วยนำพา
ไม่นาน พอเลือนหาย ความท้อใจ อีกเหนื่อยล้า
พลังใจ จะคืนมา อดทนหนา คือความดี

ค่ำคืนแห่งความทรงจำ ๑


***ยามเย็นบนเทือกเขาดาลัมซาร่า***


(ยามเย็นย่ำ)

แวววับ จากปลายฟ้า จดพสุธา ทิศอาคเนย์
คล้อยเคลื่อน ไม่หันเห ไม่รวนเร ยามจากไป
นั่นคือ สัญญาณฟ้า ว่าหมดเวลา ของวันใหม่
ไม่มี สิ่งอื่นใด ยับยั้งได้ ยามค่ำคืน

เหมือนดัง จะเยอะเย้ย สิ่งใดเอย เคยยั่งยืน
สว่างทั่ว เหนือสิ่งอื่น จนค่ำคืน หมดสิ้นไป
เช่นแสง แห่งอาทิตย์ ช่วยพิชิต ฟ้าวันใหม่
แต่แล้วกลับ ลาลับไป ยอมแพ้พ่าย ความมืดมน

ดังชีวิต เคยสดใส ดุจแก้วเจียระไน จนสวยยล
ก็มิอาจ จะทานทน ต่อราคี ธุลีดิน
วันวาน อาจหวานฉ่ำ วันนี้ช้ำ ระกำสิ้น
วันก่อน เคยโบยบิน วันนี้ลด หมดแรงใจ

แต่แก้ว ยังเป็นแก้ว ที่เพลิดแพ้ว งามสดใส
แม้อยู่ ใต้ตมใด ก็แจ่มใส วิไลตา
ผ่านค่ำคืน อันมืดมิด ยังมีสิทธิ์ ส่องแสงพา
ดังเช่น มวลดารา เปล่งแสงจ้า เหนือนภาลัย

วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

...จันทบรี


***ร่วมมุ่งมั่นเพื่อทำดี...สาธุ***


***บรรยากาศความชื่นมื่นของพระอาจารย์และครูพี่เลี้ยง***


***บรรยากาศยามเช้า***

เมื่อวันที่ 13-17 ธ.ค. ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสพาตัวเองไปอบรมสามเณรอนัมนิกาย โรงเรียนกุศลสมาครวิทยาลัย แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร โดยการนำของพระมหากิจการ โชติปญฺโญ ผู้อำนวยการฯ ซึ่งได้นำพาสามเณรไปปฏิบัติธรรมเชิงปฏิบัติการที่ จ.จันทรบุรี บรรยากาศดีมากแถมสามเณรก็เรียบร้อย ตื่นตัว ว่องไว พร้อมเรียนรู้ เลยทำให้เวลา ๕ วันเร็วมาก ยิ่งเสียงสวดมนต์ด้วยแล้วต้องชื่นชมจริงๆ...ไพเราะจริงๆ

วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ณอ..เณรที่กรุงเก่า


***ถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก***


***มะดันดอง สุดยอดของฝากที่สุดแสนอร่อย จากใจญาติโยมชาวบางบาล***


เมื่อวันที่ 2-6 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ วัดเสาธง อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีการบรรพชาสามเณรภาคฤดูหนาวขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อส่งมอบความดีให้กับพ่อทั่วประเทศ โดยได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อเจ้าอาวาส, ท่านพระยุทธนา และวิทยากลุ่มพัฒนาจิตเพื่อชีวิตดีงาม มีสามเณรที่มีศรัทธามาร่วมบรรพชาถึง 89 รูป และเรียนรู้หลักธรรม หลักปฏิบัติ รวมถึงศาสนพิธีเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย กลายเป็นหนึ่งภาพประทับใจที่อยากนำมาให้ทุกท่านได้ร่วมอนุโมทนาบุญกัน...กับความดีเล็กๆ ที่เรียกว่า สามเณรน้อย...

สงสัย???



วันนั้นผู้เขียนเดินเข้ามาในวัดแล้วเห็นภาพนี้ เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าสุนัขตัวนี้ซึ่งนั่งอยู่ในวัด กำลังคิดอะไรอยู่?

ก. รอเจ้าของที่จะมาช่วยดูแล
ข. รออาหาร,รับความช่วยเหลือ
ค. สวดมนต์,อธิษฐาน
ง. เบื่อหน่ายกับชีวิต, นอนรอความตาย
จ. อกหัก , รอ...ความรักครั้งใหม่...
ฉ. ปรารถนาความสงบ
ช. ถูกทุกข้อ
ซ. ไม่มีข้อถูก
ฌ. ว่าง, ไม่ได้คิดอะไรเลย
...

"ก็แค่เรียนรู้ที่จะเปิดใจรับฟังเสียงรอบข้าง แล้วยอมรับว่าไม่มีอะไรที่เราเข้าใจได้ทุกอย่าง"

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

...แด่โยมพ่อ...


เพื่อนๆ และญาติๆ ที่มามอบกำลังใจให้กัน


ครอบครัวเล็กๆ

มีคำหนึ่งว่า "ที่ใดที่รักที่นั่นมีทุกข์" ก็แสดงว่าที่ๆ มีความสุขคือที่ไม่มีความรักใช่หรือไหม?
ถ้าพ่อ แม่ไม่รักลูกจะเป็นอย่างไร? ถ้าพระพุทธเจ้าไม่เมตตามนุษย์ละจะสุขหรือทุกข์กันแน่? ถ้าพระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงปกครองประชาชนด้วยความรัก เราจะอยู่กันอย่างไร? หรือถ้าอาจารย์ไม่ห่วงใยศิษย์มีหรือโลกนี้จะมีความรู้สืบต่อกันมาได้อีกหรือ?
เมื่อมองจากสิ่งที่เห็น ทำให้รู้ว่า เราตีความเรื่องความรักกันอย่างไรต่างหาก ตีให้ทุกข์ก็ทุกข์ได้ ตีให้สุขก็สุขได้เช่นกัน ยิ่งเรากังวลกับความรักก็แสดงว่าเราตีความรักนี้คือทุกข์ แต่หากตีความว่ารักนี้ก็ก่อสุขมหาศาล รักจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดพลังแรงใจต่อสู้ทุกสิ่งที่เข้ามา
ดังที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญเมตตาบารมีด้วยการเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อความสุขของปวงสัตว์ พระราชาเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อช่วยเหลืออาณาประชาราชย์
หากเราละทิ้งความรัก เพื่อเราจะมีความสุขจากการไม่มีรัก ก็แสดงว่าเราเข้าใจความรักผิดไป เพราะถ้าเราอยากชนะได้ ก็ต้องรู้จักรัก ไม่ใช่รู้จักหนี การหลีกหนีคือความเจ็บปวด และไม่ได้ใช้ความรักให้ก่อประโยชน์เลย
หากเราพัฒนาความรักจากเพื่อนหรือคนที่รัก เป็นกัลยาณมิตร จากคนธรรมดา เป็นมิตรร่วมทางในสังสารวัฏที่วนเวียนเกิด แก่ เจ็บ ตาย แล้วอย่างนี้เราจะทะเลาะกันไปอีกทำไม? เพราะไม่นานก็ลาจากกันไปแล้ว เรียนรู้ที่จะรักและแบ่งบัน เป็นกำลังใจให้กันและกัน อย่างนี้คือ สิ่งที่ๆ สอนคุณค่าของรักแท้ว่ามีอยู่จริง...

...ขอบคุณเพื่อนและกัลยาณมิตรทุกท่าน และเจริญพรขอบคุณญาติโยมทุกท่าน...