วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รู้ทันทุกข์แล้วจะสุขเอง...(เพิ่มเติมจากหนังสือ)

ต้นไม้



ชีวิตไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือต้นไม้ใบหญ้า ล้วนต้องการจะมีชีวิตรอดด้วยกันทั้งนั้น ยามเมื่อต้องเผชิญปัญหาไม่ว่าจะใหญ่ เล็ก ชีวิตจะหาทางออกจนได้
“เอาละ วันนี้เรามาช่วยกันปลูกต้นไม้กันคนละต้น แล้วศึกษาชีวิตจากมัน” อาจารย์บอกศิษย์ที่กำลังเตรียมดินและต้นไม้เพื่อนำมาปลูก
…ระยะแรกๆ ต้นไม้พอเริ่มลงดิน รากยังไม่แข็งแรงจึงต้องอาศัยไม้ค้ำคอยชวยให้มันยืนต้นต่อได้ ก็เหมือนชีวิตเราต้องอาศัยแรงค้ำจากสังคม คนรอบข้างในการดำเนินชีวิต เมื่อมั่นคงแข็งแรงดีแล้วก็ไม่ต้องกลัวจะโคนลงมาง่าย... ศิษย์คนหนึ่งนั่งจดหลังจากนำต้นไม้มาปลูก พร้อมกับปักไม้ค้ำไว้ข้างๆ
หลายวันผ่านไป บางวันท้องฟ้าสดใส แต่มีบางวันฝนตกอย่างหนักตั้งแต่เช้ามืดจนถึงรุ่งสาง เปลี่ยนเช้าวันใหม่ที่เคยสดใสให้มืดมัวลงอย่างน่าหดหู่
เจ้าต้นไม้โอนเอนไปมาด้วยกระแสลมที่พัดมาอย่างรุนแรง อีกทั้งสายฝนที่กระหน่ำจนใบมันเริ่มฉีกขาด หลายครั้งที่มันพยายามพยุงตัวขึ้นสู้กับสายลม แต่ก็ล้มลงไปอีก ท้ายสุดมันก็นอนหลาบลงกับพื้นดินอย่างหมดเรี่ยวแรง
ภาพเหตุการณ์นี้ตกอยู่ภายใต้ความสนใจของศิษย์คนหนึ่งผู้กำลังมองปฏิกิริยาของตนไม้แล้วเริ่มเปรียบกับชีวิตของตัวเองที่สุดแสนจะโดดเดี่ยวยามเมื่อโดนความทุกข์กระหน่ำซ้ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา
...เจ้าต้นไม้ช่างไม่ต่างจากชีวิตเราเลย แทนที่จะอยู่ในป่าใหญ่มีต้นไม้ใหญ่คอยปกป้องจากลมและฝน กลับถูกปลูกอย่างเดียวดาย ยามต้องลมและฝนก็เหงาอยู่เพียงลำพัง สักวันคงจะนอนนิ่งตายอย่างไร้คุณค่า…เขาเขียนบันทึกลงไป
เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไรไม่รู้ ฝนเริ่มซาลงก่อนจะหยุดไปในที่สุด ภาพที่เห็นสร้างกำลังใจให้เขาอีกครั้ง
เจ้าต้นไม้หลังผ่านพายุฝนกระหน่ำตลอดเช้า กลับเริ่มชูลำต้นที่นอนราบกับพื้นขึ้นรับแสงอรุณอีกครั้ง
...มันไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชีวิต แม้จะเจอความทุกข์อุปสรรคเท่าไร แม้ใบจะฉีกขาด ลำต้นจะอ่อนล้า มันก็พยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปจนได้...เขาจดต่อไป
เราทุกคนต่างผ่านเจอความทุกข์มาไม่มากก็น้อย แต่พอได้เห็นทุกสิ่งพยายามเอาตัวรอด นับเป็นอีกหนึ่งแรงใจที่สื่อสารไปยังคนที่สิ้นหวังอีกมากมายนับไม่ถ้วน
“ธรรมชาติรอบตัวกำลังสื่อให้สรรพสิ่งมีกำลังใจในชีวิตตลอดเวลา แต่เราอาจไม่เคยรับรู้เลย เพราะเราปิดใจที่จะรับรู้ธรรมชาติรอบๆ ตัว ไม่เคยสังเกตสายลม สายฝน หรือสัตว์ที่กำลังใช้ชีวิตอย่างไม้ท้อแท้” เสียงอาจารย์อธิบายเพิ่มเติม
ศิษย์ทุกคนพอเข้าใจสิ่งที่อาจารย์สอนก็เริ่มเขาใจ และหายเหน็ดเหนื่อยกับชีวิต มีความสดใสติดตามมา เหมือนต้นไม้ยามผ่านสายฝนกระหน่ำ ค่อยๆ ชูต้นขึ้นอีกครั้ง
นี่แค่เราติดตามชีวิตของต้นไม้ต้นเดียวยังสร้างกำลังใจมากมายเพียงนี้ ถ้าเราใส่ใจกับอื่นให้มากขึ้น เราคงมีกำลังใจ และไม่ท้อแท้ง่ายๆ อีกต่อไป

“ใจจะสุขเอง”

...กำลังใจมีอยู่ทุกที่ ทุกเวลา ตราบที่ยังมีลมหายใจ...
ขอเพียงเราค้นหากำลังใจอยู่ตลอดเวลา แล้วจะทำให้เราไม่สิ้นหวังในการค้นหาความสุขในชีวิตอีกต่อไป


กิตติเมธี 30 ก.ค.2552