วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

รู้ทันทุกข์แล้วจะสุขเอง...(เพิ่มเติมจากหนังสือ)2

เท่าที่จำเป็น

เป็นธรรมดาของเราที่ชอบมีของหลายๆ อย่างมากกว่าจะมีเพียงสิ่งเดียว ด้วยความเชื่อว่ามีไว้เผื่อใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี จึงเป็นที่มาของการสั่งสมสิ่งของมากมายของใครหลายคน
“ทำไมของเยอะจัง ไม่หนักกันบ้างหรือไง” อาจารย์ถามขึ้นพอเห็นศิษย์หลายคนแบกกระเป๋าบ้าง ถือบ้างเดินผ่านหน้าไป
“ชินแล้วครับ” ศิษย์ตอบ
ความคุ้นเคยกับชีวิตทุกวันนี้อย่างหนึ่งคือการแบกหิ้วกระเป๋าไปมา หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องมีอะไรติดไม้ติดมืออยู่ตลอดเวลา
หลายครั้งอาจารย์เห็นลูกศิษย์ของตนลืมของไว้ตรงนั้นตรงนี้ กว่าจะจำได้ว่าตนเองลืมของไว้ก็เมื่อจำเป็นต้องใช้ของสิ่งนั้น
ของมากมายจึงไม่ได้สร้างความสะดวกให้เสมอไป บางทีก็กลับกลายเป็นภาระให้เราต้องนำไปทุกที เพื่อรอเวลาจะใช้ หรือบางทีก็ไม่ได้ใช้เลยก็มี ทำให้อาจารย์พูดขึ้นทุกครั้งเวลาเห็นลูกศิษย์ถือของเดินผ่านหน้าไป
“หนักไปก็วางลงบ้าง”
ลูกศิษย์ได้ยินก็วางลง ก่อนจะพูดตอบ
“ถ้าอย่างนั้นผมฝากอาจารย์ไว้สักครู่นะครับ”
กลายเป็นว่านอกจากสร้างภาระให้ตนเองแล้ว ยังสร้างภาระให้คนอื่นด้วย
“เอาอย่างนี้ ถ้าเธอคิดว่าของทุกอย่างมีความจำเป็นไปเสียหมด จนต้องนำไปด้วยตลอดเวลา ก็ให้นึกถึงพระเจ้าจักรพรรดิมหาสุทัสสนะที่พระพุทธเจ้าทรงยกมาเตือนผู้คนที่ชอบเป็นทุกข์เพราะสิ่งของมากมาย” อาจารย์ยกตัวอย่างให้ลูกศิษย์ฟัง
เรื่องมีอยู่ว่า...พระเจ้ามหาสุทัสสนะเคยปกครองนครกุสินาราในอดีตกาล ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะทรงมาปรินิพพานที่เมืองนี้ สมัยนั้นเมืองนี้มีอาณาเขตกว้างขวาง มีเมืองขึ้นมากมาย ในทุกๆ ปีจะข้าวของมาบรรณาการจากหัวเมืองต่างๆ เป็นจำนวนมาก แต่พระพุทธเจ้าทรงแสดงกับภิกษุที่เป็นสาวกของพระองค์ว่า
“พระเจ้าจักรพรรดิชื่อมหาสุทัสสนะ ครองเมืองมากมาย แต่ก็ประทับอยู่เมืองเดียว
...มีประสาทมากมายก็ประทับอยู่เพียงประสาทเดียว
...มีช้างมากมาย ก็ขึ้นทรงเพียงเชือกเดียว
...มีมเหสีมากมาย ก็คอยปรนนิบัติคราวละคนเดียว
...มีผ้ามากมาย ก็นุ่งห่มได้คราวละชุดเดียว
...มีอาหารมากมาย ก็เสวยเพียงพออิ่ม”
คนเรามากมายต่างแสวงหาสิ่งของไว้มากๆ แต่เอาเข้าจริงก็ใช้ได้ไม่กี่อย่าง หรือจะใช้แต่ละครั้งก็ได้เพียงอย่างเดียว แต่กลับต้องการไว้มากให้เป็นทุกข์กับการเก็บรักษา แทนที่ของจะช่วยให้เราสบายขึ้น ขณะเดียวกันเราก็ทุกข์เพราะกลัวจะหาย หรือพัง
“ถ้าจะเอาอะไรติดตัวไปด้วย ก็เอาไปแต่พอใช้ ก็ไม่จำเป็นต้องแบกสิ่งของให้มากเกินไป แทนที่เราจะมีความสุขกับมัน กลับต้องทุกข์เพราะต้องคอยแบกให้หนัก แถมยังรักษามันตลอดเวลา”
อาจารย์สรุปทิ้งท้าย

“ใจจะสุขเอง”

...ถ้าเราเข้าใจ และรู้จักพอไม่จำเป็นต้องมีมาก...
ในทุกๆ วันเราอาจแสวงหาความสุขจากการได้สิ่งของมากมายมาไว้ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องทุกข์มากขึ้น เพราะความต้องการที่ไม่สิ้นสุด สุดท้ายก็ใช้ได้ไม่คุ้มค่ากับการต้องรักษาและดูแลมัน