วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

+++ทำอย่างไรให้ชีวิตมีความคิดที่มีความสุข+++



...ถ้าเราวางเป้าหมายชีวิตไว้ที่ความสุข ก็ลองมาค้นหาก่อนว่าความสุขคือการที่เรามีอะไรบ้าง? พระพุทธศาสนาได้สรุปไว้แล้วว่าความสุขของคนทุกเพศทุกวัยคือ การมีเงิน มีร่างกายสมบูรณ์ หรือมีชีวิตที่ไร้โรคภัย และเสริมอีกว่าแค่นั้นยังไม่ชื่อว่า มีความสุขสมบูรณ์ หากเราไม่สร้างความคิดดีๆ พร้อมกันไปด้วย...
..ลองคิดดู หากเรามีเงินแต่กลับไปซื้อหายาเสพติดหรืออาวุธที่ไม่มีประโยชน์ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น หรือถ้าเรามีร่างกายสมบูรณ์แล้วใช้เพื่อทำร้ายผู้อื่น หรือมีชีวิตที่ไม่มีโรคภัยก็ทำให้เราประมาทมากขึ้น ดื่มกลิ่นสุราก่อนจะเกิดอุบัติเหตุติดตามมา...
...แต่เมื่อเราคิดให้ละเอียดรอบคอบ จะเห็นว่าไม่ว่าเงิน ร่างกาย หรือชีวิตที่แข็งแรง พระพุทธศาสนามองว่าล้วนเป็นเพียงอุปกรณ์ให้เราดำเนินไปสู่จุดหมายเท่านั้น และจุดหมายที่ว่าก็คือความดีนั่นเอง (ธรรมะ) เหมือนพระพุทธเจ้าทรงเสียสละความสุขจากฆราวาสวิสัยมุ่งแสวงหาความสุขจากการบรรลุถึงความจริง เหมือนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อประโยชน์แก่ชนในชาติ เหมือนทหารยอมเสียสละชีวิตตนเองเพื่อป้องกันอธิปไตยของชาติ เหมือนแม่ที่ยอมเสียสละเพื่อลูกน้อย และอีกหลายคนที่ยอมเสียทั้งเงิน ร่ายกาย และชีวิต เพื่อรักษาไว้ซึ่งความดีเอาไว้...
...เป้าหมายเหล่านี้คือความสุขที่แท้จริงในชีวิต ซึ่งเริ่มต้นจากความคิด เพราะถ้าคิดถูกก็จะหาวิธีการที่ถูกต้อง เหมือนจะไปเชียงใหม่ก็จะเตรียมแผนที่เดินทางเพื่อรู้หนทางที่จะไปไม่หลงไปนอกทาง ต่อมาก็เพิ่มความคิดให้หลากหลายยิ่งขึ้น เหมือนเลือกหนทางที่จะไปยังเชียงใหม่ ไม่ว่าจะไปทางรถยนต์ รถไฟ ทางเครื่องบิน หรือแม้แต่เดินไปก็ยังได้...
...ทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงกันคือ เริ่มต้นจากความคิด แล้วไปสู่วิธีการ ที่สุดก็จะบรรลุถึงจุดหมาย ซึ่งเราอาจเพิ่มเติมความคิดเหล่านี้ได้ตลอดเวลาจากใครก็ได้ แม้แต่ขอทานข้างถนน นักศึกษาปริญญาเอก พระเณรทั่วไป เพราะทุกคนล้วนต้องการความสุขไม่ต่างกัน...
...แค่นี้ชีวิตก็จะมีแต่ความคิดดีๆ ไว้สำหรับเลือกวิธีการไปสู่เป้าหมายได้หลากหลาย แล้วจุดหมายคือความสุขที่แท้จริงก็ไม่ใช่สิ่งใดที่ไกลเกิน...

...หาอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ "ศิลปะการคิดให้ชีวิตมีสุข"...