วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

“จากดินแดนพุทธภูมิสู่ดินแดนมาตุภูมิ” (ต่อ)


งานผ้าป่าที่จ.กาฬสินธุ์ของพม.ดร.ไกรวรรณ

...ยิ่งเมื่อมาถึงวันอาสาฬหบูชาที่ชาวไทยยกย่องให้เป็นวันแห่งอิสรภาพวันหนึ่ง เพราะมีสาวกองค์แรกนั่นคือ พระอัญญาโกณฑัญญะได้เป็นพยานการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งแก่การประกาศอิสรภาพในชีวิตกันเสียที ด้วยเริ่มต้นไม่ใกล้ไม่ไกล นั่นคือ จากตัวเราเอง...
๑. รู้จักตัวเอง (ทุกข์) เข้าใจเรียนรู้ภายในตัวเราเองก่อน ด้วยการสังเกตหาจุดเริ่มต้นของปัญหาในชีวิตว่าทั้งหมดล้วนไม่ได้เริ่มต้นจากใครอื่นนอกจากตัวเรา อย่างบางคนอาจโทษพระอาทิตย์เวลาร้อน เบื่อหน่ายสายฝนที่กระหน่ำลงมา หรือรำคาญเสียงด่าทอ แต่แค่เราลองปิดใจตัวเองไม่รับรู้ ไม่เอามาใส่ใจ รักษาใจไว้ไม่ให้ทุกข์ตั้งแต่แรก แล้วอะไรหรือใครจะทำอะไรเราได้ ทั้งหมดจึงเริ่มต้นที่ใจและจบที่ใจเช่นกัน
๒. รู้ที่มาที่ไปของตัวเรา (สมุทัย) การที่เราไม่เข้าใจตัวเอง สาเหตุหนึ่งมาจากเราถูกก่อกวนจากสัญญาณรบกวนภายนอก ไม่ว่าจะเป็นคำด่า สภาพดินฟ้าอากาศ ความอยากได้นั่นได้นี่ ฯลฯ ยิ่งใครที่คลื่นรับดีๆ อ่อนไหวมากๆ จิตใจไม่มั่นคงตั้งมั่นดีพอ ก็มักจะโดนสัญญาณเหล่านั้นครอบงำ จนร้อนรนกระวนกระวาย ทุกข์กายใจไม่สิ้นสุด สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มีหน้าที่อะไร และต้องการอะไรกันแน่ในชีวิตเรา
๓. รู้เป้าหมายของตัวเอง (นิโรธ) การปล่อย ละ สละ วางลงทุกสิ่งอย่างไว้เบื้องหลังแล้วมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายในชีวิต ดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่าธรรมะ (สิ่งดีงาม) ก็เหมือนแพเมื่อถึงฝั่งแล้วก็ไม่จำเป็นต้องแบกแพต่อไป แม้ความดียังต้องสละไว้เบื้องหลังเมื่อถึงเป้าหมาย แล้วจะนับประสาอะไรกับความโกรธ ความโลภ ความหลง ที่เป็นเหมือนเชื้อที่เผารนจิตใจเรา ให้ต้องดิ้นรนแข่งขันโดยไม่รู้ว่าเป้าหมายที่สุดก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง นอกจากบุญกุศลเท่านั้น เราจึงควรสละไปให้มากสุดเท่าที่จะมากได้
๔. วิธีการไปสู่เป้าหมาย (มรรค) เราต่างได้ฝึกฝนตัวเองผ่านกาลเวลามาไม่มากก็น้อย และผ่านการทดสอบมาตลอดทุกช่วงชีวิต ทั้งหมดก็เพื่อเยี่ยวยา ๒ สิ่งให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น นั่นคือ จิตใจ กับ ปัญญา ...หากตอนนี้เราว้าวุ่นกลุ้มใจก็ให้แสวงหาความสงบให้กับจิตใจด้วยการฝึกฝนสมาธิ เจริญจิต สวดมนต์ไหว้พระอย่างสม่ำเสมอ ...หรือหากเรากำลังมือบอดด้วยหนทางในการตัดสินใจในการดำเนินชีวิตก็จงเยียวยาชีวิตด้วยปัญญา แสวงหาคำสอนที่จะช่วยเปิดทางสว่างให้ดวงตาอีกครั้ง
ทั้งหมดเป็นหลักธรรมที่พระพุทธองค์ทรงวางแนวทางไว้ โดยมีเหล่าสาวกดำเนินตามหนทางนั้น เราอาจไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดหนทางของเราจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าเราตั้งเป้าหมายไว้อย่างที่พระพุทธองค์ทรงแนะนำ แล้วเดินไปไม่นานก็คงถึง “อิสรภาพ” เข้าสักวัน...