**ถ่ายบนเทือกเขาตีอูน ดาลัมซาร่า อินเดีย**
...พระพุทธเจ้าทรงเตือนเหล่าภิกษุก่อนที่จะดับขันธปรินิพพานว่า “ขันธ์ทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอจงยังกิจทั้งปวงให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด” เป็นถ้อยคำที่รวมคำสอนของพระองค์ไว้ทั้งหมด เพื่อชี้ให้เห็นโทษของร่างกายที่เกินกว่าจะคาดเดาให้เป็นไปตามใจนึก อีกทั้งชีวิตที่มีอยู่น้อย เราต้องรักษาไว้ด้วยสติ และไม่ประมาทในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด...
...มีหนังสือเล่มหนึ่งที่อยากแนะนำให้ทุกท่านได้อ่าน คือ “Tuesdays with Morrie” ซึ่งเคยทำเป็นภาพยนตร์โดยใช้ชื่อเดียวกัน และมีชื่อไทยว่า “วันอังคารแห่งความทรงจำกับครูมอร์รี” ของสำนักพิมพ์ se-ed ที่ผู้เขียนได้อ่านแล้วประทับใจกับเรื่องราวของครูกับลูกศิษย์ที่กำลังเรียนรู้วิชาที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือ “วิชาความหมายแห่งชีวิต”...
...โดยเนื้อหากล่าวถึงครูที่เป็นโรคเอแอลเอส ซึ่งเป็นโรคที่ยังไม่มีทางรักษา โรคนี้จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทำงานไม่ได้ และตายไปในขณะที่อวัยวะทุกส่วนยังเจ็บและชา แต่ความโหดร้ายของโรคมียิ่งกว่านั้นคือมันไม่ได้ทำลายสมอง ทำให้คนไข้รับรู้ได้ถึงความตายที่กำลังใกล้เข้ามา รับรู้ได้ถึงความเสื่อมของร่างกาย เป็นสภาพที่ทรมานและมีผลกระทบต่อจิตใจอย่างแสนสาหัส
ฉะนั้น คนที่เป็นโรคนี้จึงต้องทำใจอย่างหนักกับชีวิตที่เหลืออยู่ และนี่คือการถ่ายทอดประสบการณ์ของชีวิตที่ผ่านมาของครูมอร์รี ที่สำคัญใครได้อ่านหนังสือเล่มนี้ต่างมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตมากขึ้น อย่างมีประโยคหนึ่งที่ครูมอร์รีพูดถึงความตายไว้ว่า
“เมื่อเธอรู้ว่าจะต้องตาย ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เธอจะเริ่มตัดเรื่องไม่จำเป็นทิ้งไป แล้วหันมาให้ความสำคัญกับแก่นสารจริงๆ พอเธอรู้ว่าตัวเองกำลังจะสิ้นลม เธอจะมองเห็นอะไรต่างไปจากเดิม...ครูรู้ว่าเรายังขาดอะไรบางอย่างไป เราหมกมุ่นกับโลกที่เป็นวัตถุนิยมมากเกินไป ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้ทำให้เราพอใจได้เลย แต่ในเรื่องความรักความสัมพันธ์ที่เรามี หรือโลกรอบๆ ตัวเรา เรากลับเพิกเฉยไม่ใส่ใจ”
หลังจากอ่านจบผู้เขียนก็สรุปได้ว่า…ความตายอาจทำให้เราคิดได้ แต่จะมีสักกี่คนที่มีเวลาได้ใคร่ครวญถึงตัวเองก่อนตาย เราอาจมองว่าครูทุกข์ทรมานกับตัวเองก่อนตาย แต่ครูกับเห็นว่าเป็นโชคดีที่ได้ทบทวนตัวเองก่อนจากไปต่างหาก นี่คือความคิดดีๆ ที่ครูฝากไว้ก่อนจากไปกับลูกศิษย์ทุกคนในโลกนี้ที่กำลังเรียนวิชา “ความหมายแห่งชีวิต” กันอยู่...
...อย่าลืมหาอ่านกันให้ได้...